จริงหรือ มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกน่ากลัวไม่แพ้มะเร็งปากมดลูก? บทความโดย พญ.ธิศรา วีรสมัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุกรรม

มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกจัดเป็นมะเร็งในระบสืบพันธุ์สตรีที่พบบ่อยเป็นอันดับ 3 รองจากมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งรังไข่ และร้อยละ 95 พบในผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป

ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ได้แก่

  1. การได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจน เป็นเวลานาน โดยไม่มีโปรเจสเตอโรน มาต้านฤทธิ์ ได้แก่ การไม่มีบุตร ประจำเดือนไม่ปกติแบบไม่ตกไข่เรื้อรัง เคยได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นเวลานาน หรืออ้วน
  2. มีภาวะอ้วนลงพุง กลุ่ม Metabolic syndromes (กลุ่มโรคที่เกิดจากการเผาผลาญอาหารที่ผิดปกติ) ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง
  3. การถ่ายทอดทางพันธุกรรมหรือโรคทางพันธุกรรม เช่น Lynch syndrome (Hereditary nonpolyposis colorectal cancer) ในผู้หญิงที่เป็นมะเร็งลำไส้ และมีความผิดปกติของยีนบางตัว เช่น ยีน CDH1 และ PTEN ทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้ถึง 27-70% และมักพบเป็นมะเร็งได้ตั้งแต่อายุ 40-50 ปี นอกจากนี้ ยังเคยมีรายงานพบว่าผู้หญิงที่เป็นมะเร็งเต้านมมีการกลายพันธุ์ของยีน BRCA1 มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกมากขึ้น

ดังนั้น หากมีความเสี่ยงดังกล่าว การเฝ้าระวังและตรวจคัดกรองจึงมีความสำคัญ แม้ปัจจุบัน ยังไม่มีการตรวจคัดกรองมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกที่มีประโยชน์ชัดเจน แต่หากพบความเสี่ยงทางพันธุกรรม เช่น มีภาวะ Lynch syndrome ที่มียีนผิดปกติ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในแง่ของการเฝ้าระวังและวางแผนดูแลสุขภาพได้ตรงจุดเสี่ยง ร่วมกับการหมั่นสังเกตุอาการผิดปกติ เช่น มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เช่น ควบคุมน้ำหนัก เลี่ยงการรับประทานฮอร์โมนเอสโตรเจน และดูแลสุขภาพป้องกันการเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และควบคุมระดับไขมันในเลือด เพื่อให้ห่างไกลมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

ข้อมูลโดย: สูตินรีแพทย์ เวชศาสตร์ครอบครัวและหัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัยโรงพยาบาลพญาไท 1

ปรึกษาเรื่องการตรวจยีนกับ BizGenes โทร. 02-233-9566, 061-403-2666
หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.bizgenes.com

#รู้จักยีนเพื่อป้องกันมะเร็ง #ตรวจยีนป้องกันมะเร็ง #BizGenes #Genetest

แชร์ :