มะเร็งรังไข่มักเจอระยะท้าย ๆ และรักษาไม่ได้ จริงหรือ?

ตอบ มีส่วนถูกค่ะ เพราะในบรรดามะเร็งของผู้หญิง มะเร็งรังไข่จัดเป็นมะเร็งที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ 70% ของผู้ป่วยมะเร็งรังไข่ได้รับการวินิจฉัยเมื่อเป็นระยะที่ 3-4 แล้ว
เนื่องจากระยะแรกจะเป็นแค่ก้อนหรือถุงน้ำซึ่งจะพบได้จากการตรวจอัลตราซาวด์โดยไม่มีอาการ
เมื่อเข้าสู่ระยะที่ 3 นั่นคือมีการกระจายของมะเร็งจากรังไข่ไปในช่องท้องและเกิดน้ำในท้อง ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนรู้สึกท้องโต ทานอาหารแล้วอิ่มง่าย ทานไม่ค่อยได้ หายใจเหนื่อย มาตรวจที่โรงพยาบาลแล้วจึงพบก้อนมะเร็ง ซึ่งในระยะนี้มักจะตอบสนองต่อการรักษาได้ไม่ดีนัก

ในแต่ละปีพบรายงานผู้ป่วยมะเร็งรังไข่รายใหม่ประมาณ 2,700 คน และในจำนวนนี้ต้องเสียชีวิตถึง 53% อันที่จริงหากพบตั้งแต่ระยะที่ 1 จะมีอัตราการรักษาให้หายจากโรคได้ถึง 90% หลังการรักษา

ในปัจจุบัน มีการตรวจยีนการกลายพันธุ์ของยีน BRCA เพื่อประเมิณความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งเต้านมและรังไข่ โดยผู้หญิงที่มีการกลายพันธุ์ของยีน BRCA1 จะมีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งรังไข่สูงถึง 35-45% และหากพบการกลายพันธุ์ของยีน BRCA2 จะเสี่ยงเป็นมะเร็งรังไข่ 13-23%
ซึ่งหากตรวจพบการกลายพันธุ์ของยีน จะสามารถช่วยวางแผนการตรวจและดูแลสุขภาพโดยหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงได้ เช่น การควบคุมน้ำหนัก ไม่ทาแป้งฝุ่นบริเวณอวัยวะเพศ และหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำด้วยการตรวจภายในและอัลตราซาวด์ตรวจภาวะก้อนหรือถุงน้ำรังไข่ ก็จะช่วยให้ได้รับการวินิจฉัยและผ่าตัดรักษาป้องกันได้ตั้งแต่เนิ่นๆ

ข้อมูลโดย พญ.ธิสรา วีรสมัย ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุศาสตร์

 

ปรึกษาเรื่องการตรวจยีนกับ BizGenes โทร. 02-233-9566, 061-403-2666
หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.bizgenes.com
#รู้จักยีนเพื่อป้องกันมะเร็ง #ตรวจยีนป้องกันมะเร็ง #BizGenes #Genetest

แชร์ :